EPS Foam คืออะไร ? เข้าใจคุณสมบัติและการใช้งานของโฟม EPS

Key takeaway
Expanded Polystyrene Foam หรือ EPS Foam เป็นฉนวนชนิดเซลล์ปิดที่มีน้ำหนักเบา แต่มีประสิทธิภาพในรองรับแรงกระแทกได้ดี จึงนิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่งานบรรจุภัณฑ์กันกระแทกไปจนถึงงานก่อสร้าง เช่น การติดตั้งผนัง EPS Panel และแผ่นฉนวนกันความร้อนในอาคาร ดังนั้น การทำความเข้าใจว่า EPS Foam คืออะไร และใช้ทำอะไร จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกฉนวนที่เหมาะสมกับห้องเย็น โรงงาน หรือคลังสินค้า เพื่อควบคุมอุณหภูมิและลดต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้อย่างเหมาะสม
Table of Content

Expanded Polystyrene Foam หรือ โฟม EPS เป็นโฟมพลาสติกชนิดเซลล์ปิดที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ภายในมีอากาศจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้า และยังสามารถรองรับการถ่ายเทน้ำหนักในแนวดิ่งได้โดยไม่เสียรูปทรง ทำให้นิยมนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ทั้งงานบรรจุภัณฑ์กันกระแทก งานก่อสร้าง เช่น การติดตั้งผนัง EPS Panel รวมถึงการใช้งานในอาคาร ห้องเย็น และกล่องโฟมอาหาร

EPS Foam คืออะไร ?
EPS Foam คือ โฟมพลาสติกชนิด Expanded Polystyrene ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลีสไตรีน (Polystyrene: PS) ผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้เม็ดพลาสติกเกิดการขยายตัวจนกลายเป็นโครงสร้างโฟม
ในกระบวนการผลิต จะมีการใช้ก๊าซเพนเทน (Pentane) เป็นสารทำให้เกิดการขยายตัวของเม็ดพลาสติก เมื่อเม็ดโฟมได้รับความร้อนจากไอน้ำ เม็ดพลาสติกจะขยายตัวและเกิดเป็นโครงสร้างเซลล์ปิดที่มีอากาศอยู่ภายในจำนวนมาก
นอกจากนี้ ในระหว่างกระบวนการผลิตวัตถุดิบที่เรียกว่า Polymerization เนื้อพลาสติกโพลีสไตรีนจะทำปฏิกิริยาในการกักเก็บก๊าซพีเทนเอาไว้ภายใน และเมื่อเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูปด้วยไอน้ำ (Steam Molding) เม็ดโฟมจะเกิดการขยายตัวจนกลายเป็น Expanded Polystyrene Foam
โดยทั่วไป EPS Foam สามารถขยายตัวได้ประมาณ 50 เท่า และหลังจากขยายตัวแล้ว โครงสร้างของโฟมจะมีอากาศอยู่ภายในถึงประมาณ 98% ของปริมาตรทั้งหมด ขณะที่เนื้อพลาสติกจริงมีเพียงประมาณ 2% เท่านั้น
ลักษณะดังกล่าวทำให้โฟม EPS มีน้ำหนักเบามาก แต่ยังสามารถรองรับแรงกระแทกและแรงกดได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในทั้งงานอุตสาหกรรมและงานก่อสร้าง
การขึ้นรูปของ EPS Foam มีกี่แบบ ?
EPS Foam สามารถขึ้นรูปได้ 2 แบบ โดยแต่ละแบบจะเหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. อัดขึ้นรูปเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตามลักษณะแม่พิมพ์ที่ทำ (Shape Molding)
เป็นการขึ้นรูปโฟมตามรูปทรงของแม่พิมพ์โดยตรง ทำให้ได้ชิ้นงานสำเร็จรูปตามต้องการ เช่น กล่องโฟมอาหาร กล่องโฟมใส่น้ำแข็ง หรือชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์กันกระแทกสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
2. อัดขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม (Block Molding)
เป็นการขึ้นรูป EPS เป็นก้อนขนาดใหญ่ก่อน จากนั้นจึงนำไปตัดเป็นแผ่นหรือชิ้นงานตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ เช่น แผ่นฉนวนสำหรับผนังอาคาร หรือโฟมสำหรับงานก่อสร้าง
ด้วยโครงสร้างเซลล์ปิดที่มีอากาศอยู่ภายในจำนวนมาก EPS Foam จึงมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ และสามารถทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี จึงได้รับความนิยมในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งงานก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ และงานอุตสาหกรรมทั่วไป
EPS Foam มีคุณสมบัติเด่นอะไรบ้าง ?
เมื่อพูดถึง EPS Foam คุณสมบัติเด่นของวัสดุชนิดนี้คือความสมดุลระหว่างน้ำหนัก ความแข็งแรง และประสิทธิภาพการเป็นฉนวน ทำให้สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายงาน
- น้ำหนักเบาแต่รับแรงอัดได้ดี : มีความหนาแน่นหลายเกรด เช่น ประมาณ 10-20 kg/m³ รองรับแรงกดและแรงอัดได้ เหมาะสำหรับงานผนัง พื้น และแผ่นฉนวน
- เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี : ค่า K-value* (ค่าการนำความร้อนของวัสดุ) ประมาณ 0.032-0.038 W/mK ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังและหลังคาอาคาร
- โครงสร้างเซลล์ปิด ดูดซึมน้ำต่ำ : ลดการดูดซับน้ำ ทำให้คุณสมบัติการเป็นฉนวนไม่เสื่อมง่าย
- ดูดซับแรงกระแทกได้ดี : โครงสร้างที่มีอากาศจำนวนมากช่วยกระจายแรงกระแทก เหมาะสำหรับงานบรรจุภัณฑ์สินค้า
- ไม่เป็นพิษในการใช้งานทั่วไป : EPS สามารถผลิตเป็นเกรด Food Grade เพื่อใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหารหรืออุตสาหกรรมอาหารได้
*ค่าต่ำหมายถึงฉนวนสามารถป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี
โฟม EPS ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?
หลายคนอาจสงสัยว่าโฟม EPS ใช้ทำอะไรได้บ้าง เพราะวัสดุชนิดนี้มักใช้ในหลากหลายอุตสาหรรม ตั้งแต่งานก่อสร้างไปจนถึงงานตกแต่ง
- โฟม EPS ในงานก่อสร้างและอาคาร : ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในหลายส่วนของอาคาร รวมถึงเป็นแกนกลางของผนัง EPS Panel สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ห้องเย็น คลังสินค้า หรือพื้นที่ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ
- โฟม EPS ในงานบรรจุภัณฑ์และกันกระแทก : ใช้ทำกล่องโฟมอาหาร กล่องโฟมใส่ปลาและอาหารทะเล ชิ้นกันกระแทกสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และบรรจุภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อลดความเสียหายระหว่างขนส่ง
- โฟม EPS ในงานตกแต่งและงานอื่น ๆ : ใช้ในงานป้ายโฆษณา โมเดลสถาปัตยกรรม ฉากจัดงานอีเวนต์ หรืองานตกแต่งอาคารที่ต้องการน้ำหนักเบา

ผนัง EPS Panel และการติดตั้งผนัง EPS สำหรับห้องเย็นและโรงงาน
ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง EPS Foam มักนำมาทำเป็นผนังสำเร็จรูปแบบ EPS Sandwich Panel โดยนำโฟม EPS มาเป็นแกนกลาง และประกบด้วยแผ่นเหล็กเคลือบคุณภาพสูงทั้งสองด้าน โครงสร้างแบบนี้จะช่วยให้ผนังมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี พร้อมทั้งติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการสร้างห้องเย็น โรงงานอาหาร คลังสินค้า และพื้นที่ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ
หลักการออกแบบผนัง EPS สำหรับห้องเย็นและโรงงาน
การออกแบบผนัง EPS จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ดังนี้
- ความหนาของโฟม EPS ให้เหมาะกับอุณหภูมิใช้งาน เช่น ห้องเย็นหรือห้องแช่แข็ง
- ค่า K-value ของฉนวนกันความร้อน
- ค่า U-value (ค่าที่ใช้วัดอัตราการถ่ายเทความร้อน) ของระบบผนังโดยรวม
- การเลือกวัสดุผิวเหล็กให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น โรงงานอาหารหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
การติดตั้งผนัง EPS แบบ Sandwich Panel
โดยทั่วไป การติดตั้งผนัง EPS ในระบบ Sandwich Panel จะมีขั้นตอนหลักดังนี้
- ติดตั้งแผ่นผนังบนโครงสร้างเหล็ก
- ใช้ระบบร่องล็อกระหว่างแผ่น เช่น Z-LOCK เพื่อลดการรั่วไหลของความเย็น
- ยึดสกรูตามสเปกที่กำหนด
- อุดรอยต่อด้วยซีลแลนท์เพื่อป้องกันความชื้นและการรั่วของอากาศ
ข้อดี-ข้อจำกัดของ EPS Foam เมื่อเทียบกับฉนวนอื่น
เมื่อเลือกใช้แผ่นฉนวนกันความร้อนสำเร็จรูปในงานก่อสร้างหรืออุตสาหกรรม หลายคนมักเปรียบเทียบระหว่าง EPS Foam, PIR และ Rockwool เนื่องจากฉนวนทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นฉนวนที่นิยมใช้ในผนังสำเร็จรูปและระบบห้องเย็น อย่างไรก็ตาม แต่ละฉนวนมีคุณสมบัติ จุดเด่น และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านประสิทธิภาพการกันความร้อน ความสามารถในการทนไฟ น้ำหนัก และต้นทุนการลงทุน
| ประเภทผนัง / ฉนวน | จุดเด่นหลัก | ข้อจำกัดเบื้องต้น | การใช้งานเหมาะสม |
| ผนังสำเร็จรูป EPS Panel | น้ำหนักเบา ราคาคุ้มค่า รักษาอุณหภูมิได้ดี รองรับการใช้งาน -60 ถึง +80 °C | ไม่ทนไฟ ทนความร้อนต่ำ และเสื่อมสภาพจากความชื้นได้ง่ายกว่า PIR และ Rockwool | อุตสาหกรรมห้องเย็น,ห้องไลน์ผลิต และอุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องการควบคุมต้นทุน |
| ผนัง PIR Panel | กันความร้อนดีมาก และให้ประสิทธิภาพด้านกันไฟสูงกว่า EPS | ราคาสูงกว่า EPS | อุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่หรืออุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยด้านอัคคีภัย |
| ผนัง Rockwool Panel | กันไฟได้สูงที่สุดและกันเสียงได้ดีมาก | ราคาสูง และน้ำหนักมาก | Data Center, อุสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยด้านอัคคีภัยขั้นสูง |
จากการเปรียบเทียบจะเห็นว่า EPS Foam เป็นฉนวนที่มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่า น้ำหนักเบา และติดตั้งได้ง่าย จึงเหมาะกับงานก่อสร้างทั่วไป เช่น คลังสินค้า ห้องเย็นมาตรฐาน หรือผนังสำเร็จรูปที่ต้องการควบคุมต้นทุนการลงทุนในช่วงเริ่มต้น
ขณะที่ PIR จะเหมาะกับงานที่ต้องการมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกันไฟที่สูงกว่า ส่วน Rockwool มักเลือกใช้ในงานที่เน้นการกันไฟหรือกันเสียงเป็นพิเศษ ดังนั้น การเลือกฉนวนจึงควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริง งบประมาณ และมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารเป็นสำคัญ เพื่อให้ระบบผนังหรือห้องเย็นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาผู้ผลิตและรับติดตั้งผนัง EPS สำหรับห้องเย็น โรงงานในอุตสาหกรรมอาหาร หรือพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Wall Tech พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยประเมินสเปกการใช้งาน และแนะนำแผ่นฉนวน EPS Food Grade ผลิตจาก EPS Vrigin Foam 100% ชนิดไม่ลามไฟ (F-Grade) ติดตั้งรวดเร็ว ราคาคุ้มค่าเหมาะสมกับโครงการของคุณ เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพการใช้งานและความคุ้มค่าในระยะยาว
สอบถามรายละเอียดสินค้า หรือขอคำแนะนำจากทีมวิศวกรได้ที่
- LINE OA: @walltechgroup
- Email : csgroup@wtg.co.th
- โทรศัพท์ : 085-598-8000
- เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EPS Foam (FAQs)
A : EPS Foam มีคุณสมบัติคือสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ โดยกระบวนการทั่วไปจะนำโฟมไปบดอัดหรือหลอมรวมเพื่อผลิตเป็นวัตถุดิบใหม่ เช่น เม็ดพลาสติกสำหรับผลิตสินค้าอื่น ๆ เช่น แผ่นฉนวน บรรจุภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกบางประเภท อย่างไรก็ตาม การรีไซเคิล EPS จำเป็นต้องมีระบบคัดแยกและจัดการวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำวัสดุกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
A : โดยทั่วไป EPS Foam มีอายุการใช้งานค่อนข้างยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นฉนวนในอาคารหรือผนังสำเร็จรูป หากติดตั้งอย่างถูกต้องและไม่มีความชื้นสะสมภายในโครงสร้าง อายุการใช้งานสามารถยาวนานได้หลายปี โดยคุณสมบัติการเป็นฉนวนจะยังคงเสถียรในระยะยาว
A : EPS Foam สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและระบบห้องเย็นได้ โดยมักผลิตเป็นแผ่นฉนวนสำเร็จรูปหรือ EPS Sandwich Panel ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในอาคารและลดการถ่ายเทความร้อน เหมาะสำหรับโรงงานแปรรูปอาหาร ห้องเย็น หรือคลังสินค้าอาหารที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ



